3 สิ่ง เริ่มต้นธุรกิจขายตรงต้องมี

หากว่าหลายๆคนเป็นมือใหม่ที่กำลังสนใจเข้าร่วมทำธุรกิจขายตรง ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทขายตรงมากมายหลายบริษัท ทั้งที่มีชื่อเสียงดีและไม่ดีก็มี มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายบ้างก็มี บ้างก็ไม่มี มีทั้งโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์และวิทยุ โดยศิลปินดาราที่มีชื่อเสียงซะด้วย งานนี้จะไม่ลองได้ไงล่ะ ถ้าเช่นนั้น เรามาดูคุณสมบัติที่คุณพึงมีเมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจขายตรงกันค่ะ ว่ามีอะไรกันบ้าง

1. มีใจ และเปิดใจ

ดังที่หลายท่านอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง ว่าถึงแม้ธุรกิจขายตรงจะเกิดขึ้นในประเทศไทยมานานพอสมควรแล้ว มีผู้ประสบความสำเร็จในวงการนี้หลายท่านแต่ทว่า ธุรกิจนี้ก็มักจะถูกมองในแง่ลบเสมอ ทั้งนี้ หากมองแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นและกระทบให้ธุรกิจมีผลในด้านลบนั้น ล้วนเกิดจาก”ตัวคน” มิใช่จาก”ตัวธุรกิจ”เอง ดังนั้น หากเมื่อท่านเริ่มต้นทำธุรกิจขายตรงแล้ว ต้องเปิดใจ และตั้งรับกับความคิดด้านลบของผู้คนเหล่านี้ด้วย ทำความเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมองธุรกิจในแง่ลบ ศึกษาว่าเป็นเพราะเหตุใด และจงจำบทเรียนนั้นไว้เป็นเยี่ยงอย่างจะได้ไม่หลงทำตาม

2. มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ ตั้งใจ และมีเป้าหมายชัดเจน

หากเมื่อเริ่มธุรกิจแล้ว จะต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องทำยอกขายให้ได้เท่าไหร่ในแต่ละรอบ เพราะเนื้องานเป็นงานอิสระ เมื่อเริ่มทำแล้ว ไม่มีหัวหน้ามาควบคุมงานให้ได้ตามเป้าหมาย ทำมากก็ได้ผลตอบแทนมาก ทำน้อยก็ได้น้อย แถมอาจไปไม่ถึงไหน ดังนั้น อาจทำให้ท่านย่ำอยู่กับที่ ไม่สามารถก้าวหน้า เลื่อนลำดับขั้นให้สูงขึ้น และไม่อาจประสบความสำเร็จได้ในที่สุด แต่หากตั้งใจ มุ่งมั่น ขยัน ไม่ท้อ ความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ดังเห็นได้จากตัวอย่างนักขายหลายๆคน

3. มีความกล้าพูด กล้าเจรจา โน้มน้าวใจคนเก่ง

การช่างพูด ช่างเจรจา ช่างโน้มน้าวใจคนนั้น เป็นลักษณะสำคัญที่เป็นพื้นฐานที่นักขายทุกท่านควรจะมีติดตัวไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้ เพื่อที่จะเจรจา เสนอขายสินค้าและบริการที่มี ตอบคำถามแก่ลูกค้าในข้อที่สงสัยหรือไม่เข้าใจ หรือต้องการข้ออธิบายเสนอแนะ และปิดการขายได้สำเร็จอย่างรวดเร็วในที่สุด

นี่เป็นเพียงคุณสมบัติเบื้องต้นเท่านั้น ที่นักขายตรงทั้งมือใหม่ มือสมัครเล่นและมืออาชีพทั้งหลายควรจะมี แต่อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกฝนกันได้หากสนใจทำธุรกิจนี้แล้ว ก็อย่าลืมฝึกฝนให้คุ้นชินและเกิดเป็นนิสัย เพื่อจะได้เป็นหนึ่งในนักขายตรงที่ประสบความสำเร็จอีกท่านหนึ่งในวงการขายตรงบ้านเรากันค่ะ

4 ข้อแตกต่าง ธุรกิจขายตรง VS ธุรกิจแชร์ลูกโซ่

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ธุรกิจขายตรง และ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ กันแล้วใช่มั้ยเอ่ย แน่นอนว่าหากมองเพียงผิวเผินแล้ว หลายคนอาจเข้าใจได้ว่าไม่ต่างกัน เป็นธุรกิจประเภทเดียวกันเพียงแต่เรียกต่างชื่อกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ ทั้งสองธุรกิจนี้ต่างกัน เพียงแต่ต่างกันเพียงเล็กน้อย เพียงแค่เส้นบางๆที่คั่นไว้ ว่าแล้ว มาดูความแตกต่างของธุรกิจทั้ง 2 ประเภทนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

1.ค่าสมัคร

การเข้าร่วมทำธุรกิจขายตรง ผู้สมัครจะเสียค่าสมัครแรกเข้าหรือค่าสมาชิก ประมาณหลักร้อยถึงหลักพันต้นๆเท่านั้น หรือสำหรับบางบริษัทที่ต้องการดึงดูดใจนักขายให้เข้าร่วมธุรกิจมากๆ ก็อาจไม่เก็บค่าสมัครสมาชิกแรกเข้าเลยก็มี แต่ในทางกลับกัน หากเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ผู้สมัครเข้าร่วมธุรกิจจะต้องเสียค่าสมัครแรกเข้าหรือต้องเปิดบิลซื้อสินค้าของบริษัทตามจำนวนที่ระบุก่อน ซึ่งเป็นเงินตั้งแต่หลักหันจนถึงหลักหมื่นปลายๆก่อน ถึงจะสามารถสมัครเข้าร่วมธุรกิจได้

2.เป้าหมาย

ธุรกิจขายตรงจะเน้นการขายสินค้าหรือบริการเป็นหลัก มีสินค้าจำหน่ายหลากหลาย แต่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่จะไม่เน้นขายสินค้าหรือบริการ ส่วนมากจะไม่มีสินค้าเป็นชิ้นเป็นอัน หรือหากมีก็อาจมีเพียงเล็กน้อย ไม่กี่ชิ้น และไม่กี่ชนิดโดยสินค้ามักมีคุณภาพต่ำ ราคาสวนทางกับคุณภาพ โดยหลักจะเน้นการหาเครือข่ายมาต่อยอดธุรกิจ

3.ผลตอบแทนที่ได้รับ

จากที่กล่าวมาข้างต้นเกี่ยวกับเป้าหมาย ธุรกิจขายตรงเน้นการขายสินค้าหรือบริการเป็นหลัก ดังนั้น นักขายหรือตัวแทนขายจะได้รับผลตอบแทนหลัก อันมาจากส่วนแบ่งของยอดขายสินค้าหรือบริการที่นักขายเองทำได้ในแต่ละรอบ แต่ต่างจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเน้นการเสาะหาคนมาเป็นเครือข่าย ผลตอบแทนหลักจึงจะมาจากค่าสมัครที่ค่อนข้างสูงของเครือข่าย หรือส่วนแบ่งของการขายสินค้าด้อยคุณภาพในราคาที่สูงเกินจริง

4.ความถูกต้องตามกฎหมาย

ตามหลักการแล้ว ธุรกิจขายตรงจะต้องทำการจดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล เพื่อแสดงรายการบัญชีต่างๆ และเสียภาษีตามที่กฎหมายระบุ ซึ่งโดยส่วนมากก็จดทะเบียนทำธุรกิจกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่สำหรับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ส่วนใหญ่แอบอ้าง เพราะโดยรูปแบบของตัวธุรกิจแล้วถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว ไม่สามารถทำธุรกิจเช่นนี้ได้ ส่วนใหญ่ที่ยังทำกันอยู่ก็ไม่มีการจดทะเบียนธุรกิจ ไม่มีการแสดงรายการบัญชีและเสียภาษีใดๆ

ดังนั้น หากท่านใดสนใจร่วมทำธุรกิจขายตรงสินค้าหรือบริการด้านใดๆก็ตาม อย่าลืมตรวจสอบว่าธุรกิจที่ท่านกำลังสนใจนั้นเข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือไม่ เพื่อป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง ฉ้อฉลนะคะ