“ตี่ จั้ง หวัง ผู่ ซ่า”พระกษิติครรภโพธิสัตว์แห่งพุทธมหายาน

“ตี่ จั้ง หวัง ผู่ ซา (地藏菩萨)” เป็นชื่อที่ชาวจีนใช้เรียก พระกษิติครรภโพธิสัตว์ (Ksitigarbha Bodhisattva) ซึ่งสำหรับใน
ศาสนาพุทธนิกายมหายานจะมีพระโพธิสัตว์ที่รู้จักกันโดยส่วนมากอยู่ 4 พระองค์ ซึ่งมีชื่อโดยรวมเรียกว่า “จตุรมหาโพธิสัตว์” ซึ่งได้แก่

  1. พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (Avalokitesvara Bodhisattva) – มหากรุณา
  2. พระกษิติครรภโพธิสัตว์ (Ksitigarbha Bodhisattva) – มหาปณิธาน
  3. พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (Manjushri Bodhisattva) – มหาปัญญา
  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ (Samantabhadra Bodhisattva) – มหาจริยา

ในครั้งนี้ เราจะกล่าวถึง “ตี่ จั้ง หวัง ผู่ ซา” หรือ พระกษิติครรภโพธิสัตว์ ซึ่งโดยตามชื่อของท่าน “กษิติครรภ” มีความหมายว่า ครรภ์แห่งแผ่นดิน, บ่อเกิดแห่งแผ่นดิน, ขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน หรือ คลังแห่งแผ่นดิน ซึ่งบ่งบอกถึงบารมีธรรมในการอุทิศสละตนเพื่อเหล่าสรรพสัตว์ทั้งปวง เปรียบเสมือนแผ่นดินที่รองรับสรรพสิ่งทุกชีวิต

สำหรับรูปลักษณ์ของพระองค์จะมีลักษณะ คือ ภิกษุมหายาน รอบพระเศียรมีรัศมีสว่างสไว มือด้านซ้ายถือลูกแก้วแห่งปัญญา เพื่อส่องแสงสว่างนำทางเหล่าดวงวิญญาณ ส่วนมือด้านขวาจะถือไม้เท้าอักขระที่เป็นเครื่องหมายแห่งพระธุดงค์ผู้จาริกธรรม ซึ่งลูกแก้วจะส่องสว่างนำทางเหล่าวิญญาณ หากดวงวิญญาณได้มองดูลูกแก้วนี้ จะช่วยให้ระลึกถึงผลบุญกุศลที่เคยสั่งสมไว้ไม่ให้หลงลืม และนำพาให้รอดพ้นจากอบายภูมิไปจุติยังสุคติภูมิได้ ส่วนไม้เท้าอักขระ มีหน้าที่ช่วยเบิกทางผ่านในทุกภพภูมิ และเปิดประตูนรกอีกด้วย นอกจากนี้ลุกแก้วและไม้เท่าของพระองค์ยังเปรียบเป็นตัวแทนแห่งสติ และปัญญาอีกด้วย

พระกษิติครรภโพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์ผู้โปรดสัตว์นรก และวิญญาณทั้งปวง และเป็นพระผู้คุ้มครองอุปถัมภ์ดวงวิญญาณของเด็ก และทารกที่แท้งก่อนเกิด อีกทั้งพระองค์ยังมีมหาปณิธานที่แรงกล้า คือพระองค์จะไม่ขอตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หากในนรกยังคงมีสัตว์นรกอยู่ ซึ่งการมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ และการเสียสละของท่านแล้ว เป็นสิ่งที่ช่วยเตือนสติได้เป็นอย่างดีว่า คนเราควรเป็นมีมหาปณิธานในชีวิต ซึ่งก็คือ “การอุทิศตน” ซึ่งการอุทิศตน หมายถึง การกระทำหน้าที่ของตนอย่างมีสติในแต่ละขณะ และไม่ต้องมุ่งถึงผลตอบทนหรือผลลัพธ์ เพียง ถึงแม้เราจะไม่ได้สามารถอุทิศเสียสละตนในสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหมือนอย่างพระกษิติครรภโพธิสัตว์ แต่การอุทิศตนไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด แต่การรู้และตระหนักถึงคุณค่าของการกระทำนั้น ๆ ก็จะช่วยให้เรามีความสุขจากการได้อุทิศตนเหมือนอย่างพระองค์นั่นเอง

สำหรับการอุทิศตน ไม่จำเป็นว่าต้องทำแค่ในกลุ่มคนที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ๆ แต่หากรู้จักรับผิดชอบ และกระทำหน้าที่ของตนอย่างมีสติ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ก็จะช่วยให้โลกมีความสงบสุข และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ขอบคุณรูปภาพจาก Ksitigarbha Bodhisattva Wood Statue