สัญญาแบบไหน ใช้ในการก่อสร้างอะไรดี (ตอนที่ 1)

ในการก่อสร้างแต่ละประเภท แต่ละรูปแบบนั้น วิศวกรเจ้าของงานหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นๆ และคู่สัญญาต่างก็ต้องมีการทำข้อตกลงในการก่อสร้าง ทั้งเรื่องของรูปแบบอาคาร พื้นที่ใช้สอยส่วนต่างๆ ระยะเวลาในการก่อสร้าง และในเรื่องของค่าดำเนินการต่างๆ ด้วย พร้อมทั้งระบุเป็นลายลักษณ์อักษรลงในสัญญาที่คู่สัญญาทั้งสองได้ลงลายชื่อรับรองเอกสารแล้วนั้นด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันข้อเท็จจริงต่างๆ เมื่อหากเกิดปัญหาขึ้นตามมาในภายหลัง

ทั้งนี้ รูปแบบของสัญญาก่อสร้างโดยหลักแล้ว จะมีอยู่ 4 รูปแบบด้วยกัน โดยในตอนที่ 1 นี้ จะพูดกันถึง 2 รูปแบบแรกกันค่ะ มาเริ่มทำความรู้จักไปพร้อมๆกันเลยนะคะ

รูปแบบที่ 1 สัญญาแบบรวมยอด (Lump-Sum Contract)

สัญญาการก่อสร้างในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมที่ใช้ในการก่อสร้างทั่วไป เพราะ คู่สัญญา สามารถคำนวณถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ และเสนอให้แก่วิศวกรเจ้าของงานหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นๆ ได้โดยชัดเจน ทั้งนี้ จะต้องจัดทำใบเสนอราคาค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในงานก่อสร้าง ที่ซึ่งระบุราคาของวัสดุอุปกรณ์ต่อหน่วยไว้อย่างชัดเจน

และบัญชีปริมาณงานที่ต้องทำเพื่อให้การก่อสร้างนั้นๆ แล้วเสร็จด้วย และทำการยื่นเสนอราคาก่อนการก่อสร้าง โดยผู้รับงานก่อสร้างนั้นเอง สามารถระบุถึงระยะเวลาการจ่ายค่างวด ว่าต้องชำระเมื่องานแล้วเสร็จทั้งหมด หรือชำระเมื่องานแล้วเสร็จไปแต่ละขั้นตอน เป็นงวดๆ ไปเสนอแก่วิศวกรเจ้าของงานหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นๆ ก็ย่อมได้

และหากว่าเมื่อใดเจ้าของงานก่อสร้างหรือวิศวกรเจ้าของงานหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นๆ มีความต้องการที่จะลด หรือเพิ่มปริมาณงานนั้น ก็สามารถทำการตกลงกัน เพื่อบวกเพิ่มหรือตัดลบงบประมาณค่าใช้จ่ายไปได้เลยตามข้อตกลงที่ได้ระบุไว้ในเอกสารสัญญาจ้างได้อย่างสะดวก และเข้าใจได้ง่าย

รูปแบบที่ 2 สัญญาแบบราคาต้นทุน บวก ค่าธรรมเนียม (Cost-Plus-Fee Contract)

ในการก่อสร้างตามรูปแบบสัญญานี้ เป็นข้อดีสำหรับทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้รับจ้างก่อสร้างและฝ่ายวิศวกรเจ้าของงานหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นๆ เอง เพราะเมื่อได้เริ่มงานก่อสร้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการสำรวจถึงราคาวัสดุอุปกรณ์ในท้องตลาด ยังไม่ได้จัดทำรายละเอียดใบเสนอราคา และบัญชีปริมาณงานที่ชัดเจนนัก เช่นนี้

งานก่อสร้างก็จะไม่คืบหน้าไปเสียที ดังนั้น หากผู้รับจ้างก่อสร้างมีเพียงรายละเอียดต้นทุนเบื้องต้น ก็สามารถเสนอแก่ฝ่ายวิศวกรเจ้าของงานหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นๆ ได้แล้ว พร้อมทั้งสามารถเริ่มโครงการได้เลย อีกทั้ง ก็สามารถตกลงถึงระยะเวลาในการจ่ายค่างวด ว่าต้องการให้จ่ายเมื่องานแล้วเสร็จทั้งหมด หรือเมื่องานแล้วเสร็จไปแต่ละขั้นตอน เช่นนี้ก็ทำได้

ทั้งนี้ ยังมีรูปแบบการก่อสร้างอีกสองแบบที่จะตามมาในตอนต่อไป เป็นอีกสองรูปแบบที่มีความแตกต่าง และสำคัญเช่นกัน เช่นนั้น อย่างพลาดติดตามกันได้ใน “สัญญาแบบไหน ใช้ในการก่อสร้างอะไรดี (ตอนที่ 2)” กันคะ